สถานีรถไฟชุมทางขอนแก่น 
 
16.00 น. ของวันนึงปลายฤดูร้อนปี 2550 รถไฟที่แล่นมาจากหาดใหญ่ ผ่านจังหวัดต่างๆ กว่าสิบจังหวัด ก็ใด้พาร่างของเด็กหนุ่มวัย 16 มาถึงจุดหมายปลายทาง "เมืองขอนแก่น" ผมก้าวลงจากรถไฟ พร้อมเหลือบมองหาผู้หญิงคนหนึ่ง . . . . . . . . . . .
 
แม่วิ่งมากอดร่างอันมอมแมมของผม  ผมยังจำวินาทีแห่งความสุขนี้ใด้ไม่มีวันลืม ตอนนั้นผมยิ้มแก้มปริ ส่วนแม่ . . . ร้องให้ ผมคิดในใจตั้งแต่ก่อนที่รถไฟจะเทียบชานชาลา ว่านี่คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง การเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผมเปรียบเสมือนการที่ปลาตัวหนึ่งว่ายน้ำอยู่ในตู้แก้ว ถึงเวลาที่มันจะใด้ออกมาลุยในแม่น้ำอันกว้างใหญ่ซะที ต่างกันตรงที่แม่น้ำแห่งนี้ไม่ค่อยมีน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นตึกปูนสูง ๆ อาคารที่เรียงตัวยาว ๆ อยู่หลังสายไฟฟ้าที่พัลวันกันอยู่ริมถนนอย่างมั่วซั่ว 
 
ไม่รู้สิ . . แรก ๆ ที่ผมมาอยู่ที่นี่ผมรู้สึกไม่คุ้นกับหลาย ๆ อย่าง ทั้งสิ่งรอบตัว วิถีชีวิต ผู้คน อาหาร หรือแม้กระทั่งการจัดระเบียบชีวิตในแต่ละวัน และผมก็เชื่ออยู่เสมอว่าหลายคนที่จากถิ่นมาแบบกระทันหัน เว้นระยะทางกันคนละฟาก หลายกิโลอย่างนี้ คงมีความรู้สึกที่ไม่ต่างไปจากผมแน่นอน วันแรกที่มาถึง ผมเดินเที่ยวรอบเมืองเลย  ย้ำ ! ! ! ครับ   ว่า "เดิน " เดินจริง ๆ เดินกันจนเมื่อยตุ้ม ผมเดินดูรอบเมืองเกือบทั้งวัน  ผมใด้กลิ่นของอาหารอีสานที่ไม่คุ้นจมูกนัก  ผมใด้เห็นผู้คนที่หน้าตาเค้าไม่ค่อยเหมือนคนแถวบ้านผม  ผมใด้สัมผัสอากาศร้อน ๆ ที่ผ่านมากระทบผิวหนัง  
 
ใจนึงก็อ่อนแอเพราะยังคิดถึงบ้าน คิดถึงทุก ๆ คนที่จากมา  
 
ใจนึงก็พร่ำบอกตัวเองให้เข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา กับผืนดิน ผืนใหม่ ผืนนี้ 
 
ตอนนั้นคิดถึงคำคมคำนึง ที่ตัวเองชอบมาก ๆ คือ
 
" - โลกก็เปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งในชีวิต  ถ้าเราไม่ออกเดินทางหรือไปในที่ใหม่ ๆ
ก็เปรียบเสมือนคนที่อ่านหนังสืออยู่แค่หน้าเดียว ไม่ยอมเปิดหน้าอื่นอ่านอีกเลย - "
 .
 .
 .
 .
 .
 .
 .
 
แน่นอนอยู่แล้วครับคุณผู้อ่าน . . . .ณ  ตอนนั้น
ผมตอบกับตัวเองโดยไม่ต้องคิดเลยว่า
 
[ ผมจะอ่านหนังสือเล่มนี้จนหมดเล่มให้ใด้ ]

Comment

Comment:

Tweet

อ่านหลายรอบแล้วอ่าค๊าบบบบ แต่งเรื่องใหม่ให้อ่านบ้างดิ
นะ นะ นะ

#13 By ์้NumNoii (110.77.212.179) on 2012-03-19 10:28

ยินดีต้อนรับสู่เมืองขอนแก่นน่ะมอล ^^

#12 By นอ.นุ่ม สุพัตรา (223.205.10.228) on 2011-02-26 23:18

เรามาปี เดียวกันนิ

รู้มั้ย ว่าอ่านแล้วร้องไห้

คิดถึงบ้าน.....แต่ก็ไม่เสียใจที่ได้อยู่ขอนแก่น

#11 By kan (61.7.184.118) on 2010-09-11 00:39

ู^

^

^

เรื่องจริง ครับ *

#10 By มอล on 2010-05-20 20:40

อืม เรื่องจริงหรือเปล่า น่าติดตามดีมีต่อมั๊ย

#9 By ตะวันทอง (113.53.170.162) on 2010-05-20 18:45

ภาพสวยมากๆเลยค่ะ

การเขียน บ่งบอกถึงผู้เขียน ที่กลั่นกรองถ้อยคำออกมาดีขนาดนี้

แนะนำ : น่าจะเขียนหนังสือขายบ้างค่ะ อิอิ

น่าจะรุ่งนะ :)

#8 By salma (118.173.177.49) on 2010-05-09 08:51

เฉียบมากมอลล ,,


สู้ต่อไป
อิอิ

#7 By ตาณซ์ (222.123.99.184) on 2010-05-07 23:26

อยากเดินมั่งๆๆๆๆๆๆๆๆ

#6 By ฏาณ (118.173.208.27) on 2010-05-06 14:06


อันตัวข้าพเจ้าเองจะว่าไป..ก็ยังไม่เคยเดินชมเมืองจริงๆ จังๆ เลยแหะ

big smile

ข้าพเจ้านี่แย่นะ..มีหนังสืออยู่กับตัวแท้ๆ กลับไม่เคยเปิดอ่าน..ไว้มาอ่านจากบล็อคนี้ได้ไหมคะ? (มีผลักภาระ 55+)

ปล. คุณ จขบ. ถ่ายรูปส่วยมากเลยคะ..สวยแบบที่เรียกว่า..ไปยืนดูของจริง..แล้วของจริงชิดซ้ายไปเลย..big smile

#5 By [MV] biZKit on 2010-05-05 21:43

ผมรู้สึกดีอย่างยิ่งกับจังหวัดนี้
ขอนแก่น...

หวังว่าผมจะได้ไปอ่านมันเหมือนคุณ
: )
สุดยอด สาระดีมากเลยครับ

#3 By Midas on 2010-05-05 16:20

^
^
^

ตอนนั้นถนัดเดินมากกว่าขับรถ

และถนัดเดินมากกว่าเสียตังค์ค่ารถ ครับ

#2 By มอล on 2010-05-05 06:59

" - โลกก็เปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งในชีวิต ถ้าเราไม่ออกเดินทางหรือไปในที่ใหม่ ๆ
ก็เปรียบเสมือนคนที่อ่านหนังสืออยู่แค่หน้าเดียว ไม่ยอมเปิดหน้าอื่นอ่านอีกเลย - "

ชอบประโยคนี้ คม !

แต่ไม่เข้าใจทัมมัยต้องเดิน นั่งรถก้อได้นะบางที มันจาเหนื่อยเอา ฮ่า ๆๆๆ ^^

#1 By SONGRADXX (125.26.139.159) on 2010-05-05 06:52