เรื่องสั้น : ไก่ทอดหาดใหญ่
posted on 27 Apr 2010 04:48 by nattagarn in Writing ถึง ณ เวลาที่ผมกำลังนั่งเขียนเรื่องนี้อยู่ ผมจะสำเร็จการศึกษาจากการมานั่งฟังอาจารย์บ่นอยู่ถึง 3 ปี แล้ว หัวใจดวงนี้มันก็อดยิ้มไม่ใด้เมื่อนึกถึงวันแรกที่เราใด้มาอยู่ เอ๊ย!! ไม่ใช่สิ ต้อง วันแรกที่ใด้ทราบข่าวร้ายที่สุดในชีวิต ยิ่งกว่าโดนแฟนสาวที่คบกันมากว่า 5 ปี ทิ้ง(อันนี้เรื่องจริง) ว่าตัวเราเองต้องใด้มาอยู่ที่ ๆ หนึ่ง ซึ่งหากเอาหลักตรรกะทางวิทยาศาสตร์และหลักจิตวิทยาในหัวใจมาประเมินผลต่อหัวใจของควายน้อยตัวนี้แล้ว ใด้ผลที่แน่ชัดเลยว่า " กู ไม่ ไป !!!!"
แต่แล้วเหตุผลแค่ไม่กี่อย่างที่ผมต้องยอม ก็คือ " กลัวแม่เหงา " ผมจึงต้องมา ผมคิดว่าปีนั้นกระทรวงวัฒนธรรมน่าจะมอบรางวัลลูกกตัญญูให้ผมบ้างนะ อย่างน้อยรางวัลชมเชยก็ยังดี
แล้ววันที่สำคัญก็มาถึง . . .

ฉากหลังคือชุมทางสถานีรถไฟหาดใหญ่
. . ญาติพี่น้อง ยาย ตา ป้า ลุง น้า ย่า ปู่ ที่เคยดื้อใส่ท่านตอนที่ยังเด็ก
. . แฟน . . ? ช่างมัน !!!
. . เพื่อน . . ใอ้ซาล ใอ้หรน ใอ้บีดีน ใอ้โจ๊ก และอีกหลาย ๆ ใอ้ !!ไล่ชื่อกันไม่หมด เยอะเกิน ที่มากอดคอเพื่อนกันอีกครั้ง
. . และคนสำคัญ . . .
" พ่อ" ผู้ซึ่งไม่ค่อยใด้เจอกันมากนักในชีวิต แต่พ่อก็จะมาอยู่เคียงข้างเสมือนซูเปอร์ฮีโร่ในวันที่ผมต้องการ
ตอนนั้นสายตาผมพยายามจดจ้องไปที่นาฬิกาบนข้อมือของพ่อ ภาวนาให้มันเดินช้าที่สุดเท่าที่จะ กะดึ๊บ กะดึ๊บ ไปใด้ วันนี้เป็นวันเดียวตั้งแต่เกิดมาที่ผมเห็นแววตาของพ่อ และทุก ๆ คน แฝงยิ้มที่เต็มไปด้วยความเศร้า ซึ่งคงไม่ต่างไปจากผมหรอก ใอ้ซาล ใอ้หรน พยายามชวนเพื่อนไปหาของกินมาให้ หาของมาฝาก ญาติ ๆทุกคนจับมือกับหลานคนนี้ของท่าน ผมเหลือบมองไปที่พ่อผม . . . . . . . พ่อยืนมองนาฬิกาโดยไม่ละสายตาอยู่ตลอดเวลา
16.00 น
แปร๊น ! ! ! เสียงรถไฟกำลังเทียบชานชาลา
พร้อมเสียงระฆัง " แต๊ง แต๊ง "
"ที่นี่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ท่่านที่จะกำลังจะเดินทางไปกรุงเทพฯ กรุณาตรวจดูสิ่งของสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย การรถไฟแห่งประเทศไทยขอขอบคุณที่ใช้บริการ สวัสดีค่ะ . . ."
ทุกคนหันมายิ้มให้ผม ทุกคนกอดผม ทุกคนอวยพรผม ทุกคนอำลาผม บางคนน้ำตาไหล ผมเก็บเอาทุกภาพที่ใด้เห็น ทุกถ้อยคำที่ใด้รับใส่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ ผมกำลังจะไปแล้ว . . . . . . ผมกำลังก้าวเท้าขึ้นรถไฟชั้น 3 " พ่อผมอยู่ไหน ? ทำไมผมไม่เห็นพ่อ " รถไฟกำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ มันเคลื่อนตัวถี่ขึ้น ทุกคนโบกมือให้ผม วิ่งมาจับมืิอผม
ทันใดนั้น !! ผู้ชายวัยกลางคนตัวอ้วน ๆ ผิวคล้ำ วิ่งตามรถไฟที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากชานชาลาอย่างช้า ๆ ในกำมือของเขา ถือข้าวเหนียวไก่ทอด พร้อมมะม่วงเขียวเสวย ของโปรดลูกชายเขา " พ่อ !!!!!!!!!! "
ผมตะโกนสุดเสียง ผมเกาะตัวเองอยู่กับหน้าต่างรถไฟ พ่อยื่นข้าวเหนียวไก่ทอดกับมะม่วงในขณะที่เท้าของพ่อก็กำลังเร่งฝีเท้าตามจังหวะของรถไฟที่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ
" พ่อกลัวแกจะหิว เลยรีบไปหาซื้อมาให้ อยู่ที่โน่นไม่รู้ว่ามันจะอร่อยเหมือนที่นี่ป่าว เดินทางปลอดภัยนะ แม่รออยู่ ตั้งใจเรียนนะ " พ่อพูดพร้อมเสียงที่หอบแฮก
มือพ่อละจากมือผมแล้ว
รถไฟเคลื่อนตัวคงที่ ผมยังชะโงกอยู่ที่บานหน้าต่างรถไฟ
มันไกลขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผมก็เห็นว่าพ่อร้องให้
มันไกลขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนตัวเล็กลง
ผมมองไม่เห็นทุกคนแล้ว . . . แต่ก็ยังเห็นผู้ชายอ้วน ดำ ยืนอยู่สุดขอบปูนชานชาลา . . .
ผมกอดข้าวเหนียวไก่ทอดกับมะม่วงใว้แนบอก
ผมทิ้งตัวลงบนเบาะไม้
ผมเดินเข้าห้องน้ำของรถไฟ . . . พร้อมแง้มรูเล็ก ๆ ที่แสงสว่างพอลอดถึง
. . . . .น้ำตาผมไหล เสียงผมดังสะอื้นอยู่ในลำคอ
มันดังขึ้นเรื่อย ๆ จนผมไม่ใด้ยินเสียงตัวเอง ผมร้องให้อย่างสุดชีวิต.....
ผมคิดถึงทุก ๆ คน คิดถึงภูเขา น้ำตก ทะเล คิดถึงแผ่นดินปักษ์ใต้ที่ผมจากมา
ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าที่ ๆ ผมจะไปหาแม่ มันจะเป็นยังไง
แต่เขาแค่บอกผมว่า . . . . " ขอนแก่น "
ทุกอย่างเงียบ ดูเลือนลางลงเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่กำลังยิ่งใหญ่ขึ้น และเต็มเปี่ยมอยู่นั้น
คือความฝัน . . . . คือความหวัง . . . . และประสบการณ์ใหม่ ๆ
ที่จะสอนชีวิตเค้าในวันข้างหน้า
[ คอยติดตาม . . . ตอนต่อไป . . ( เมื่อเจ้าของบล็อกเกิดเหงาขึ้นมาอีก ! ! ! )]